top of page

3.โวลต์ แอมป์และโอห์มมิเตอร์ ไฟฟ้ากระแสตรงและ กระแสสลับ

4-1 โวลต์ มิเตอร ์
โวลต์มิเตอร์คือเครื่องมือวัดชนิดหนึ่งที่ใช้วัดแรงดันไฟฟ้า มีทั้งโวลต์มิเตอร์วัด แรงดันไฟสลับ(AC Volt meter) และโวลต์มิเตอร์วัดแรงดันไฟตรง(DC Volt meter) ในบทเรียนนี้จะกล่าวถึง โวลต์มิเตอร์วัดแรงดันไฟตรง เท่านั้น โวลต์มิเตอร์จะมี โครงสร้างแบบขดลวดเคลื่อนที่และแม่เหล็กถาวร(PMMC) และต่อความต้านทานตัวคูณ (Multiplier resistor, RS) การที่โวลต์มิเตอร์สามารถวัดค่าแรงดันไฟฟ้าได้ก็อาศัย ปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านแอมป์มิเตอร์ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของแรงดันที่จ่ายเข้า มา ดังนั้นการวัด ปริมาณ ของแรงดันไฟฟ้าก ็ คือ การวัดปริมาณของกระแสไฟฟ้านั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนสเกลหน้าปัดของมิเตอร์ให้แสดงค่าออกมาเป็ นแรงดันไฟฟ้าเท่านั้นและ ปรับค่าให้ถูกต้อง กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านเข้าโวลต์มิเตอร์จะมีขีดจํากัดขึ้นอยู่กับค่าการ ทนกระแสได้ของโวลต์มิเตอร์นั่นเอง ดังนั้น เมื่อนําโวลต์มิเตอร์ไปวัดแรงดันไฟฟ้าค่ามาก ๆ ย่อมส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าโวลต์มิเตอร์มากตามไปด้วยหากมากเกินกว่าที่ โวลต์มิเตอร์ทนได้ก ็ไม่สามารถนําโวลต์มิเตอร์ไปวัดแรงดัน ไฟฟ้านั้นได้

การคํานวณค่าความต้านทานตัวคูณ(Multiplier) 
RS คือ ค่าความต้านทานตัวคูณที่ต่ออนุกรมกับPMMC
Rm คือ ค่าความต้านทานภายในของ PMMC
VS คือ แรงดันภายนอกที่ต้องการวัดด้วยโวลต์มิเตอร์
Vm คือ แรงดันภายในของ PMMC = ImRm

 Vs=Im(Rs+Rm)
Rs=Vs-Vm//Im
Vm = Im Rm =1mA(100Ω) =100mV
Rs=Vs-Vm//Im = 50V-0.1V//1mA = 49.9kΩ

ตัวอย่างที่ 4-2 จากวงจรโวลต์มิเตอร์ 4 ย่านวัดในรูปที่ 4-3 จงหาค่า R1 R2 R3 R4 R5 ที่ จะทําให้โวลต์มิเตอร์นี้วัดแรงดันไฟฟ้า ดี.ซี.ได้ตั้งแต่ 1V จนถึงสูงสุด 250V เต็มสเกล

ที่ย่าน 1V (E1)
Vm = Im Rm = 50μA(2kΩ) =100mV 
R1 = E1-Vm// Im = 1V - 100mV // 50μA = 18kΩ

ที่ย่าน 2.5V (E2)
R2 = E2-E1 // Im = 2.5V-1V //50μA = 30kΩ

ที่ย่าน 10V (E3)
R3 = E3-E2 // Im = 10V-2.5V // 50μA = 150kΩ

ที่ย่าน 50V (E4)
R4 = E4-E3 //Im =50V-10V //50μA = 800kΩ

ที่ย่าน 250V (E5)
R5 = E5-E4 //Im = 250V-50V//50μA = 4MΩ

การวัดแรงดันไฟฟ้า 1. ควรตั้งย่านการวัดให้อยู่ในย่านสูงสุดก่อนเสมอ (100 V) จากนั้นจึงค่อยลดลง ตามขนาดของแรงดันไฟฟ้าที่ทําการวัดได้
2. ต่อสายสีแดง ( + ) เข้ากับด้านที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นบวกและต่อสายสีดํา ( - ) เข้ากับด้านที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นลบ
3. การต่อโวลต์มิเตอร์จะต้องต่อขนานกับตัวอุปกรณ์ที่ต้องการวัดเสมอ
4. วงจรการต่อโวลต์มิเตอร์เพื่อวัดแรงดันของแบตเตอรี่

การวัดความต้านทานด้วยโอห์มมิเตอร ์
ที่มา :http://www.wikihow.com/Use-an-Ohmmeter
1. ตรวจสอบว่าโอห์มมิเตอร์มีแบตเตอรี่หรือไม่ หากไม่มีให้ใส่แบตเตอรี่ให้ถูกต้อง
2. เสียบสายวัดให้ถูกต้องสายสีแดงเสียบที่ขั้วบวก(+) และสายสีดําเสียบเข้าขั้วลบ (common: - )ของโอห์มมิเตอร์เลือกย่านวัดที่ Ω ย่านวัด Rx1K
3. ทํา Zero ohm adjust โดยตั้งย่านวัด Rx1K และจับปลายสายวัดทั้งสองให้ต่อ ถึงกันและปรับปุ่ม Zero adjust ด้านซ้ายมือช้าๆ จนกระทั่งเข ็ มขี้ของมิเตอร์ตรง กับค่า 0 บนสเกลทางด้านขาวมือสุด การปรับศูนย์นี้ต้องปรับทุกครั้งที่ใช้โอห์ม มิเตอร์พื่อให้มีความแม่ยําในการวัดค่าเพราะแบตเตอรี่ภายในมิเตอร์เมื่อใช้ไป นานๆจะจ่ายไฟได้ลดลงจึงต้องมีการปรับศูนย์เสมอ
4. ต้องปลดแหล่งจ่ายไฟฟ้าออกจากอุปกรณ์หรือแผงวงจรที่จะวัดก่อนเสมอ เลือก ย่านวัด Ω เช่น Rx1K และนําสายวัดทั้งสอง วัดที่ขั้วทั้งสอง ของตัวต้านทานที่ ต้องการวัดอ่านค่าที่วัดได้บนสเกลของโอห์มมิเตอร์ตรงที่เข็มชี้ค่า
5.อ่านค่าที่วัดได้ 42 ให้นํามาคูณกับ ย่านวัดที่ตั้งไว้คือ Rx1K ค่าความ ต้านทานจริงฃ
คือ 42x1KΩ = 42KΩ
6.หากต้องการวัดอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในแผงวงจร ควรถอดอุปกรณ์ตัวนั้นออกจาก วงจรเสียก่อน แล้วจึงวัดค่า หากไม่ถอดออกมาจะทําให้ค่าที่วัดได้ไม่ถูกต้อง
7.เมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ปิดสวิตช์และเก็บสายวัดให้เรียบร้อย
 

TEP.measuring instrument

©2022 โดย TEP.measuring instrument ภูมิใจสร้างสรรค์โดย Wix.com

bottom of page